นิสัยไม่เปลี่ยน… ย้อนรอย 4 ปีก่อน “ไฮโซหนุ่มคนดัง” สุดฉาวเคยถูกแฉกลางวงสังคม จ้างรถตำรวจนำขบวนเป็นธุรกิจ มีเงินจะทำอะไรก็ได้!ใหญ่โคตร ใครอยากได้รถตร.นำขบวนเดี้ยวจัดให้

จากกรณีการติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับ “ไฮโซหนุ่ม” ที่โพสต์ภาพตัวเองถือปืนนั่งในรถหรูหรา ทั้งยังโพสต์คลิปวีดีโอตำรวจคอยดูแลอำนวยความสะดวกในการเดินทาง จนนักกฎหมายออกมาติติงว่าไม่ควรทำ ประกอบกับมีชาวบ้านสงสัยว่าทำไมถึงมีสิทธิพิเศษขนาดนั้น ซึ่งผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังทีมงานโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกี่ยวกับข้อเท็จจริงดังกล่าวตามที่ได้เสนอข่าวไปอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ม.ค. รายงานว่า ภายหลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้รับความสนใจจากสังคม จนมีการสืบหาที่มาของไฮโซหนุ่มรายดังกล่าวอย่างล้นหลาม ทางผู้สื่อข่าว “เดลินิวส์ออนไลน์” ได้ตรวจสอบข้อมูล พบว่า เมื่อย้อนกลับไปเมื่อปี2556 ไฮโซหนุ่ม เคยถูกไฮโซสาว อักษรย่อ “ม.” ออกมาโพสต์ผ่านอินสตราแกรมส่วนตัวติติงถึงพฤติกรรมในลักษณะนี้มาแล้ว โดยระบุว่า “เดี๋ยวนี้มีเงินจะทำอะไรก็ได้แล้ว มีรถ “ตำรวจ” นำขบวนด้วย ที่เข้าใจคือปกติข้าราชการ, นักการเมือง หรือเชื้อพระวงศ์ใช้รถหวอนำนี่คืองานทางการ งานเร่งด่วนแบบมีคนจะเกิด จะตายในรถพยาบาลอะไรแบบนี้ป่ะคะ ตอนนี้มีเงินพอ จะไปไหนก็ได้ ทำอะไรก็ได้? สงสารประชาชนตาดำ ๆ” พร้อมเผยภาพบางส่วนของไฮโซหนุ่มที่กำลังปรากฎเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ ซึ่งหลังปรากฎเป็นข่าว ทางไฮโซหนุ่มได้มีการเคลียร์กันเป็นที่เรียบร้อย ทำให้เรื่องเงียบไป กระทั่งมาปรากฎเป็นข่าวในลักษณะเดียวกันอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ในแวดวงสังคมชั้นสูง มีการพูดถึงกันมากถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเช่นนี้ เนื่องจาก เมื่อไฮโซหนุ่มรายนี้เดินทางไปที่ไหน ก็จะมีการนำรถนำขบวนที่มี ตำรวจอำนวยความสะดวกให้อยู่เสมอ นอกจากนี้ยังมีการทำธุรกิจเกี่ยวกับการนำเข้ารถนำขบวน ซึ่งเป็นที่รับทราบกันว่า เจ้าตัวมักจะอวดอ้างว่า สามารถจัดหารถนำขบวนมาให้ผู้ที่ต้องการได้อีกด้วย 

โดยอีกด้านหนึ่ง พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ได้เผยกับ “เดลินิวส์ออนไลน์” ว่า เรื่องของการใช้รถตำรวจมานำขบวนนั้น ไม่ได้อยู่ในเรื่องของการปฏิรูปตำรวจที่เป็นภาพขนาดใหญ่ แต่อาจจะเป็นเรื่องของการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นเรื่องภายในของเขาเอง ที่จะต้องไปเข้มงวดกัน แต่ถ้าสิ่งที่เขาทำแล้วไม่เข้มงวด อาจจะกลายเป็นภาพใหญ่ได้ ทั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นนักข่าวสามารถที่จะตอบได้เองว่า สมควรหรือไม่สมควร